สารบัญ ลายสัก รอยสัก

อานนทร์ พีรนันทปัญญา ช่างสักผู้ต้องจองคิวกันแบบข้ามปี

มิ้ม อานนทร์ พีรนันทปัญญา ช่างสักมือทองต้องจองคิวข้ามปี

หากพูดถึงเรื่องราวของรอยสักล้ว เราเชื่อว่าส่วนใหญ่หลาย ๆ คนอาจจะคิดไปว่าการที่จะมีตัวอย่างรอยสักสวย ๆ หรือ รอยสักเท่ ๆ นั้นเราอาจจะต้องไปเปิด google เพื่อที่จะหารอยสักสวย ๆ เท่ ๆ มาเป็นแบบอย่างให้กับช่างสัก ได้ทำลวดลายเหล่านั้นลงไปบนผิวหนังหนังของเรา แถมเราก็เชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ คนที่มักจะมีความจำฝังหัวว่าการที่จะมีรอยสักเท่ ๆ ได้นั้นส่วนใหญ่จะต้องให้ช่างที่อยู่ต่างประเทศหรือเมืองนอกสักให้ ซึ่งถ้าหากคุณกำลังคิดแบบนี้อยู่แล้วละก็ เราอยากจะบอกวว่าคุณกำลังคิดผิดอย่างมหันต์เลยทีเดียว เพราะจริง ๆ แล้วยังมีช่างสักอีกหลายคนของเมืองไทย ที่สามารถทำผลงานได้ในระดับเวทีโลก และหนึ่งในนั้นที่เราจะพาทุก ๆ ไปรู้กันในครั้งนี้ เขาคนนี้ก็มีชื่อว่า อานนทร์ พีรนันทปัญญา

สำหรับ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนไทยที่เราสามารถพูดได้ค่อนข้างว่าเขาคนนี้คือชายอีกคนที่ประสบความสำเร็จในเวทีของรอยสัก แต่สิ่งที่การันตีถึงความสำเร็จของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา มันไม่ใช่เพียงแค่เงินทอง แต่ทว่าเขาคนนี้ยังกวาดรางวัลด้านนี้มาแล้วหลายต่อหลายเวที จนทำให้ชื่อเสียงของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ดังไกลไปจนถึงระดับโลก ถึงขนาดที่นิตยสารรอยสักชั้นนำของอเมริกาอย่าง INKED Magazine ยังได้นำภาพรอยสักของเขาไปลง แถมผลงานของ

อานนทร์ พีรนันทปัญญา ยังเคยไปอวดโฉมที่งานรอยสักอันยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสอีกด้วย

แต่ทว่าเส้นทางในการเป็นช่างสักของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา มันจะราบเรียบและโปรด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งเรื่องราวของชายคนนี้ จะเป็นอย่างไรนั้น เรามาฟังเรื่องราวเหล่านั้นของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา กันเลยดีกว่า

โดยจริง ๆ แล้วในตอนแรกตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ไม่มีความคิดที่จะเป็นช่างสักอยู่ในหัวเลย เพราะว่าในตอนแรกตัวของเขานั้นมีความฝันคล้าย ๆ กับเด็กที่รักในงานวาดทั่วไปนั่นก็คือ เขาใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักวาดการ์ด ซึ่งความฝันนี้นี่เองที่ทำให้ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ได้ตัดสินใจไปลองสมัครงานแนววาดการ์ตูนมาด้วน แต่ทว่าด้วยบุคลิกที่ห้าว ๆ รวมถึงเขาเริ่มได้รู้ว่าวงการการวาดการ์ตูนนั้นมันมีข้อจำกัดบางอย่าง แถมมันก็ไม่ใช่เพียงแค่การมานั่งวาดการ์ตูนแล้วขายนี่เอง จึงทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องเจอในชีวิตการทำงานนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า กรอบ

ซึ่งในช่วงเวลาที่ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ยังเป็นนักเรียนอยู่นั้น

ตัวเของเขาเองก็ไม่ได้เรียนวิชาศิลปะที่ตัวเองรักอย่างจริง ๆ จัง ๆ เท่าไหร่นัก แต่ถึงเขาจะไม่ได้เรียนศิลปะ ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เองก็ยังเลือกที่จะปลดปล่อยจินตนาการของตัวเองลงบนสมุดเรียนของตัวเองระหว่างคาบ ซึ่งตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ได้รับสารภาพกันแบบตรง ๆ เลยว่าในช่วงเวลานั้นเขาวาดรูปหนักมาก แต่ทว่าอาจารย์ที่เห็นเขาวาดรูปแบบไม่หยุดหย่อยนั้นกลับเข้าใจผิดคิดว่าตัวของเขานั้นตั้งใจเรียนซะอย่างนั้น

ซึ่งในช่วงเด็ก ๆ หลายคนอาจจะรู้ว่าการได้วาดการ์ตูนแล้วสามารถวาดได้เหมือนต้นฉบับแบบเป๊ะ ๆ นั้นมันน่าจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างเท่อยู่พอสมควร แต่ทว่า อานนทร์ พีรนันทปัญญา กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะว่าตัวของเขาไม่ได้วาดเพียงให้เหมือนต้นฉบับ และนั่นเองก็ทำให้ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เริ่มมีลายเส้นอันเป็นเอลักษณ์ของตัวเองนับตั้งแต่นั้นมา

แต่ทว่าเพราะการมุ่งมั่นไปทางการวาดภาพของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ที่ดูเหมือนว่ามันจะมาเกินไปสักหน่อยนี่แหละ ที่ทำให้ผลการเรียนของเขานั้นค่อนข้างที่จะย่ำแย่เอามาก ๆ โดยในช่วงเวลานั้นตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เคยทำสถิติติด 0 ห้าตัว ตัด ร ไปอีก 2 – 3 ตัว และนั่นทำให้ใบเกรดของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา นั้นมีแต่เกรด 1 อยู่เต็มไปหมด แถมในตอนนั้นสถานะทางบ้านของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เองก็เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ แต่นั่นเองก็เป็นิสิ่งที่ให้เขาเริ่มคิดได้ว่าการที่ผลการเรียนเป็นแบบนี้ต่อไปมันก็คงจะไม่ดีต่อที่บ้านอย่างแน่นอน ดังนั้นตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เองก็เริ่มตั้งใจเรียนขึ้น และเกรดก็ดีขึ้นไปตามลำดับ

และหลังจากนั้นตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ก็ได้เรียนต่อในรั้วมหาสิทยาลัยโดยทางเจ้าตัวได้เลือกเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่วิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ เนื่องจากในตอนนั้นตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา รู้สึกว่าชอบเรื่องของดีไซน์ รูปลักษณ์ และ รูปทรงต่าง ๆ จากของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน แถมเขายังรู้สึกว่าถ้าของสิ่งไหนที่มันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง เขาก็มักที่จะหาทางแก้จุดบอดเหล่านั้นให้ได้

แต่สุดท้ายแล้วด้วยฐานะทางการเงินของที่บ้านก็ทำให้ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา

ไม่สามารถที่จะสานฝันของตัวเองต่อได้เนื่องจากทั้งระเบียบ และ อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงเจ้าตัวยังยอมรับว่าตอนนั้นตัวเองก็ยังติดเล่น ติดเกเร อยู่ จึงทำให้ในที่สุดตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ก็ไม่สามารถเรียนจบได้

แต่ถ้าถามว่าการเข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วไม่สามารถเรียนจบของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา นั้นมันเป็นสิ่งที่แย่หรือไม่ เราตอบเลยว่าไม่ เพราะว่าในช่วงที่ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เข้าเรียนในช่วงมหาวิทยาลัยปี 2 นั้น เขาได้ไปลองไปสักบนร่างกายดู และนั่นเองมันก็เหมือนกับเป็นตัวจุดประกายเล็ก ๆ และหลังจากที่เขาตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา และเก็บข้าวของมาอยู่บ้าน เขาก็ได้รู้ข่าวจากเพื่อนว่า ขนาดคนวาดรูปไม่เป็นยังสักได้เลย ซึ่งการพูดแบบนี้เหมือนมันเป็นการแย็บ ๆ ลองเชิงตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ก่อน เพราะว่าตัวเพื่อนของเขานั้นเห็นว่าเขาสามารถวาดรูปได้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนแหละว่าตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา สามารถวาดรูปได้อยู่แล้ว เขาก็ได้เลยชวนกับเพื่อนไปหาช่างสักแถวบ้าน เพื่อถามว่าจะหาซื้ออุปกรณ์สักได้ที่ไหน

ซึ่งนับว่าโชคยังดีที่ตัวพ่อแม่ของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา นั้นไม่ได้ขัดเรื่องนี้

และนั่นเองก็ทำให้ตัวของเขาไปซื้อเครื่องสักมาด้วยเงินราคา 6 – 7 พันบาท โดยเงินจำนวนนี้ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา บอกว่ามันมาจากการขายหมูที่เลี้ยงไว้ในคอกเล็ก ๆ ออกไปคอกหนึ่งในราคา 9 พันบาท

และเงินนั้นก็ทำให้ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ได้เครื่องสักมาเครื่องหนึ่ง แต่เงินจำนวนแค่นั้นก็ไม่อาจที่จะได้อุปกรณ์ที่จำเป็นในการสักทั้งหมดมา และนั่นก็ทำให้เขาอุปกรณ์ที่มีอยู่พยายามที่จะอะแดปต์เอา โดยการสักของครั้งแรกของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา นั้นเป็นการสักให้เพื่อนกันเอง ซึ่งตัวเขาได้บอกว่าสถานที่สักมันยังไม่ได้เป็นร้านจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพวกเขาแค่หาโต๊ะญี่ปุ่นตัวหนึ่งในร้านขายอุปกรณ์เกษตรมานั่งสัก แถมบรรยากาศการสักยังเป็นการนั่งสักอยู่ข้าง ๆ เชือกจูงควายที่ชาวบ้านตรงนั้นม้วน ๆ ไว้อีกด้วย แต่การสานฝันของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะว่าเขายังไปทำป้ายแปะไว้ที่ตลาดว่า “มิ้น รับสักลาย” อีกด้วย

ซึ่งเงินที่ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ได้รับจากการสักครั้งแรกคือ 900 บาท และนั่นก็ทำให้ตัวของเขารู้สึกว่าการเป็นช่างสักนั้นสามารถที่จะยึดเป็นอาชีพได้ แต่ทว่าเพราะการที่ตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา ยึดเอาอาชีพเป็นช่างสักนี้เอง ที่ทำให้บรรดาผู้ปกครองของไม่อยากให้ลูก ๆ หลาน ๆ นั้นอยู่ใกล้ เนื่องจากความนิยมของการสักในตอนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถึงขนาดที่บางทีสัก ๆ ก็ถูกไล่ด่าจนทำให้ต้องวิ่งหนีก็มี แต่ถึงแบบนั้นแล้วตัวของ อานนทร์ พีรนันทปัญญา เองก็เริ่มรู้สึกมีความมั่นใจแล้วว่าตัวเองนั้นมีฝีมือพอ และนั่นเองก็ทำให้ตัวของเขาตัดสินใจเดินทางเข้ามายังกรุงเทพ

ซึ่งการเดินทางมากรุงเทพของ  อานนทร์ พีรนันทปัญญา จะเปลี่ยนแปลงตัวเขาไปอย่างไรบ้าง ไว้เดี๋ยวเรามาติดตามกันต่อในบทความหน้า tattooexpo09

บาคาร่าออนไลน์

ลายสัก HOT

บทความลายสักล่าสุด

หมวดหมู่ลายสัก

สารบัญ ลายสัก รอยสัก