สารบัญ ลายสัก รอยสัก

รอยสักที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ถูกบันทึกเอาไว้

รอยสัก' เก่าที่สุดในโลก! บนตัว 'มนุษย์น้ำแข็ง' สักด้วยอะไร?!

ถ้าคุณได้อ่านบทความในเว็บไซต์ของเรามาสักพักหนึ่งแล้วละก็ เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็น่าจะทราบถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรอยสักจากประเทศต่าง ๆ มาพอสมควร แต่ถึงแม้ว่าแต่ละประเทศจะมีเรื่องราว และ ประวัติเกี่ยวกับรอยสักยาวนานขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าจะให้เรามาพูดถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรอยสักแรกในโลก เราก็แทบจะไม่มีข้อมูลบ่งชี้ได้อย่างแน่ชัดเลยว่า สิ่งที่เรียกว่ารอยสักของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่ไหน 

แต่ถึงแบบนั้นแล้วก็ตามก็ยังมีนักโบราณคดี ๆ หลาย ๆ คนที่ได้สันนิษฐานเอาไว้ว่า แท้จริงแล้วรอยสักแรกของมนุษย์นั้นอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากจังหวะบังเอิญที่ทำให้ร่างกายของคนเรานั้นเกิดบาดแผลจากสภาพวาดล้อมต่าง ๆ และทำให้บาดแผลเกิดสีที่ไม่เท่ากับสีผิวแบบปกติ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากการสันนิษฐานแบบมั่ว ๆ เพราะว่าบรรดาเหล่านักโบราณคดีต่างก็มีหลักฐานยืนยันในเรื่องนี้ และ นั่นเองจึงทำให้ในครั้งนี้เราจะขอพาทุกคนไปพบกับเรื่องราวของ รอยสักที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ถูกบันทึกเอาไว้ กัน ซึ่งมันจะเป็นรอยสักของใคร และ เพราะอะไรมันถึงมีความเก่าแก่ เอาเป็นว่า เราไปเริ่มต้นเรื่องราวในครั้งนี้กันเลยดีกว่า

รู้จักกับมนุษย์น้ำแข็ง เอิตซี
รู้จักแบคทีเรียในกระเพาะมากขึ้น หลังศึกษา 'มัมมี่มนุษย์น้ำแข็ง'

โดยตัวของ เอิตซี นั้นถือได้ว่าเป็นมัมมี่ที่เกิดจากธรรมชาติ เนื่องจากร่างกายของเขานั้นอยู่ในสภาพของอุณหภูมิที่เย็นจัด

และนั่นเองจึงทำให้ความเย็นได้รักษาร่างกายของเขาเอาไว้อยู่สภาพสมบูรณ์ จนทำให้ตัวของเขานั้นถือได้ว่ามัมมี่ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดตั้งแต่ที่นักโบราณคดีเคยค้นพบมากเลย โดยสันนิษฐานเอาไว้ตัวของเอิตซีน่าจะมีอายุประมาณ 5,250 ปีก่อน

รอยสักบนร่างกายของเอิตซี

โดยรอยสักที่พบได้ตามร่างกายของ เอิตซี นั้นจะมีลักษณ์คล้าย ๆ กับเครื่องหมายบวก หรือ บางรอยสักก็จะมีลักษณะเป็นเส้นตรง 3 – 4 เส้นบ้าง และนั่นเองจึงทำให้บรรดาเหล่านักโบราณคดีต่างก็คิดว่า รอยสักที่อยู่บนร่างของเอิตซี น่าจะเป็นรอยสักที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับพิธีกรรมบางอย่าง

แต่ทว่าก็ยังมีนักโบราณคดีบางกลุ่มที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะว่าพวกเขากลับคิดว่ารอยสักต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนร่างของเอิตซีน่าจะเป็นรอยสักที่ใช้สำหรับการบรรเทาอาการเจ็บป่วยบางอย่างตามความเชื่อในยุคนั้น ซึ่งเหตุผลที่แย้งกันเองของนักโบราณคดีทั้ง 2 ฝั่งนี่แหละ ที่ทำให้สุดท้ายแล้วรอยสักบนร่างกายของเอิตซีก็ยังคงเป็นปริศนา และ ยังหาคำตอบไม่ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้

แต่ถึงจะหาข้อสรุปของรอยสักเอิตซีไม่ได้ สิ่งที่นักโบราณคดีสามารถวิเคราะห์ได้ตรงกันนั่นก็คือ สารประกอบในรอยสัก โดยพวกเขาได้พบว่ารอยสักนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาจาก การนำผงถ่านมาถูกับบาดแผลที่เพิ่งเกิดขึ้น และเมื่อบาดแผลนั้นหาย มันจึงได้เกิดแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นรอยดำคล้าย ๆ กับรอยสักที่เราเห็นในปัจจุบัน

รอยสักบนร่างกายของมัมมี่เกเบอลีน
World's Oldest Figural Tattoos Were Just Found on 5,000-Year-Old Egyptian  Mummies : ScienceAlert

แต่ทว่าในปัจจุบันทางนักโบราณคดีก็ได้เจอกับการค้นพบครั้งใหม่ และการพบครั้งนั้นนี่เองที่ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวของรอยสักยังมีจุดเริ่มต้นนานกว่านั้นอีก โดยหลักฐานใหม่ที่สามารถพิสูจน์ความเชื่อนั้นได้นั่นก็คือการที่พวกเขาได้พบกับ มัมมี่เกเบอลีน ของอียิปต์

โดย มัมมี่เกเบอลีน นั้นเป็นมัมมี่คู่ชายหญิงที่มีอายุยาวนานมากถึง 5,375 ปีเลยทีเดียว และแน่นอนว่ามันมีความเก่าแก่มากกว่ามากกว่าเอิตซีถึง 100 กว่าปี แต่ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่ากับเอิตซี จึงทำให้ร่องรอยต่าง ๆ ของร่างกายมัมมี่ตัวนี้ไม่ชัดเท่าไหร่นัก และมันก็พาให้บรรดาเหล่านักวิจัยคิดว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่รอยเปื้อนที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาเท่านั้น

แต่ทว่าหลังจากได้มีการวิเคราะห์ซากมัมมี่เกเบอลีนให้ละเอียดขึ้นด้วยวิธีการใช้กล้องอินฟราเรด จึงทำให้บรรดาเหล่านักโบราณคดีพบว่ารอยเปื้อนสีดำที่เขาเห็นนั้น แท้จริงแล้วมันคือลายสัก โดยลายสักนี้จะมีลักษณะคล้ายกับรอยสักโบราณในยุคที่มีฟาโรห์ปกครองอยู่

รอยสักของมัมมี่เกเบอลีนเพศหญิง

TTTism - Contemporary tattooing

โดยรอยสักที่ทางนักโบราณเห็นได้จากตัวมัมมี่เกเบอลีนหญิงนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับตัว S เรียงต่อกัน ซึ่งพวกเขาก็สันนิษฐานว่ารอยสักนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของไสยศาสตร์ด้านเวทมนตร์คาถาในยุคนั้น

รอยสักของมัมมี่เกเบอลีนเพศชาย

Some Of The Oldest-Ever Tattoos Found On Egyptian Mummies : The Two-Way :  NPR

ส่วนรอยสักมัมมี่เกเบอลีนเพศชายจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับวัวป่า และ ภูเขา ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่ามันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาย และ ความแข็งแกร่ง 

แต่ทว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าสัญลักษณ์ที่บอกความหมายก็คือ บรรดาเหล่านักวิจัยคิดว่าตำแหน่งของรอยสักนั้นมันเป็นตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และ นั่นก็หมายถึงว่ามันมีลักษณะคล้ายกับการสักเพื่อจุดประสงค์ทางแฟชั่นในสมัยปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นรอยสักของเอิตซี หรือ รอยสักมัมมี่เกเบอลีนก็ตาม มันก็เป็นหลักฐานอย่างดีที่แสดงให้เห็นว่ารอยสักนั้นคือสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามาไม่ต่ำกว่า 5000 ปีมาแล้ว และมันยังเป็นหลักฐานสำคัญถึงเรื่องราวของรอยสักที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ถูกบันทึกเอาไว้ อีกด้วย

ลายสัก HOT

บทความลายสักล่าสุด

หมวดหมู่ลายสัก

สารบัญ ลายสัก รอยสัก