สารบัญ ลายสัก รอยสัก

กระติ๊บ ชวัลกร กับอีกด้านของการเป็นช่างสักผู้อยากสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงมีรอยสัก

กระติ๊บ' ประกวดงานสักครั้งแรก คว้ารองอันดับ 2

หากพูดถึง กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล บรรดาเหล่าหนุ่ม ๆ หรือ สาว ๆ นั้นก็น่าจะพอคุ้นหน้า คุ้นตาของเธอในฐานะนักแสดงดาวร้ายมากฝึกมือ ที่ถือได้ว่ามีมีใบหน้าคมคาย และ สามารถถ่ายทออารมณ์การแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าบางทีศิลปะบางอย่างก็มีการซ้อนทับกัน ซึ่งสาว กระติ๊บ ชวัลกร นอกจากเธอจะมีฝีมือด้านศิลปะของการแสดงแล้ว อีกหนึ่งความสามารถทางศิลปะของเธอที่หลาย ๆ คนเพิ่งมารู้กันเมื่อเร็ว ๆ นี้นั่นก็คือ ศิลปะที่เรียกว่าการสักนั่นเอง 

โดยล่าสุด กระติ๊บ ชวัลกร นั้นได้ถูกหลาย ๆ สื่อพูดถึงในอีกด้าน โดยเธอนั้นได้ถูกจดจำใหม่

นอกเหนือจากการเป็นนักแสดงนั่นก็คือ การเป็น ช่างติ๊บ หรือ ช่างสักหญิงประจำร้าน BKK Ink Tatto นั่นเอง และเมื่ออีกหนึ่งบทบาทของเธอนั้นเปิดเผยให้ทุกคนเห็น มันก็ทำให้ทุกคนเพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว กระติ๊บ ชวัลกร เรียนเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะมานานถึง 20 ปีแล้วด้วยกัน แถมตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร เองก็ยังเคยเป็นครูพิเศษสอนศิลปะอีกด้วย

แต่ศิลปะที่สาว กระติ๊บ ชวัลกร หลงใหลมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นรอยสักสไตล์เรียลลิสติก ซึ่งเธอชื่นชอบศิลปะการสักแบบนี้มานานกว่า 10 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้าเป็นช่างสัก แต่เพราะว่าในตอนนั้นตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ได้เลือกเส้นทางอย่างการเป็นดารานักแสดงในจอเงินกันไปแล้ว มันเลยทำให้มีสถานะเป็นดาราพ่วงมาด้วย และเพราะการมียศอย่างเป็นดาราติดตัวมานี่เองจึงทำให้ กระติ๊บ ชวัลกร เริ่มถูกตั้งคำถามมากมายตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจลงแข่งการประกวดรอยสัก ซึ่งแน่นอว่าในครั้งตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในประเภท Small Job Black & Grey Tattoo จากงาน One by One เพชรตัดเพชร มาได้สำเร็จ แต่ด้วยความที่เธอยังมียศเป็นดารานี้เอง ที่มันทำให้มีคนตามมาคอยแขวะว่า เพราะการมียศเป็นดารานี้เองมันเลยทำให้สาว กระติ๊บ ชวัลกร ทำอะไรก็ง่ายไปซะหมด แต่เอาจริง ๆ ในการแข่งขันครั้งนั้น ตัวของเธอเองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นกลาย ๆ แล้วว่า สิ่งที่เธอทำได้นั้นมันคือของจริง

กระติ๊บ ชวัลกร สงสัยคนได้ฉีดวัคซีนลงทะเบียนที่ไหน  เอ๊ะ!หรือว่า'อยู่ดาวคนละดวง' งานนี้มีคนแนะให้ถามอั้ม พัชราภา

แต่ถ้าถามว่า กระติ๊บ ชวัลกร มีสิทธิพิเศษอะไรในงานสักของเธอไหม เราก็บอกว่า มี แต่ทว่ามันไม่ใช่สิทธิพิเศษในการให้เหล่าคณะกรรมการเลือกผลงานของเธอให้ได้รับรางวัล แต่สิทธิพิเศษของเธอนั่นก็คือ การที่เธอเป็นคนดัง และ บรรดาเหล่าผู้สื่อข่าวต่างก็พร้อมที่จะรุมสัมภาษณ์เธอ ซึ่งตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร เองก็ใช้โอกาสนี้นี่แหละในการเป็นกระบอกเสียง ซึ่งเธอนั้นได้แสดงถึงความพยายามและความตั้งใจฝึกฝนของเธอ รวมถึงเธอยังพูดถึงเหล่าผู้หญิงที่อยากได้รอยสักสวย ๆ แต่ทว่าไม่ค่อยสะดวกใจที่จะสักกับช่างสักที่เป็นผู้ชายเท่าไหร่นัก ซึ่งนี่แหละมันก็คือการเป็นซอฟต์พาเวอร์อย่างหนึ่งของ กระติ๊บ ชวัลกร

โดยตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ในสมัยเด็ก ๆ นั้น เธอยอมรับเลยว่าเธอเป็นคนหนึ่งที่มีสมาธอสั้น จนทำให้พ่อของเธอนั้นส่งเธอไปเรียนวาดรูปเพื่อที่จะให้เธดอมีสมาธิในการจดจ่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากขึ้น ซึ่งในตอนนั้นตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ยอมรับว่าเธอก็ไม่ได้ชอบ หรือ รักการวาดรูปอะไรสักเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่าการถูกส่งไปเรียนนี้มันทำสาว กระติ๊บ ชวัลกร รู้สึกต่อต้านหรือไม่ คำตอบก็คือไม่

จนกระทั้งเธอมาถึงวัยหัวเลี้ยว หัวต่อ ในช่วงเข้ามหาวิทยาลับ ซึ่งพ่อของสาว กระติ๊บ ชวัลกร

ก็ยังคงส่งตัวของเธอนั้นไปเรียนวิชาพื้นฐาน เช่นพวก คณิต อังกฤษ ภาษาไทย สังคมอยู่ ซึ่งการไปเรียนแบบนี้นี่เองที่ทำให้ตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร  นั้นรู้ว่าสิ่ง ๆ นี้มันไม่ใช่เส้นทางของเธอนัก แถมตัวของเธอก็ยังมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับพี่สาวของเธอที่เป็นทันตแพทย์อยู่บ่อย ๆ จนทำให้ในที่สุด ตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร เองก็เริ่มรู้สึกอยากจะจริงจังกับเส้นทางด้านศิลปะของเธอขึ้น และนั่นเองก็ทำให้เธอตัดสินใจขอพ่อไปเรียนพิเศษเพื่อเข้ามหาวทิยาลับตั้งแต่ ม.4 และในที่สุด กระติ๊บ ชวัลกร ก็สอบติด คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยคะแนน 100 แถมในช่วงเวลาดังกล่าวตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ยังสอบติดคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ อีกด้วย มันจึงทำให้เธอจำเป็นที่จะต้องเลือกเรียนที่ใดที่หนึ่ง และ สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกอย่างหลัง

4d70a711-123e-4332-be82-d4d22

และช่วงนั้นเองตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ยังคงฝึกปรือฝีมือด้านศิลปะของเธออย่างต่อเนื่องด้วยการเป็นครูสอนพิเศษอยู่ที่สยามพารากอน แต่แล้วชีวิตของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ได้เกิดการผลิกพันอีกครั้ง เพราะว่าเธอได้เข้าไปประกวดนางงาม และ นั่นเองก็กลายเป็นการเปิดประตูอีกบานสู่ศิลปะทางด้านการแสดง และ ทำให้เธอเข้ามาเฉิดฉายในวงการบันเทิง จนเป็นที่รู้จักของใครหลาย ๆ คน 

แต่ทว่า 10 ปี ในวงการบันเทิงของ กระติ๊บ ชวัลกร นั้นก็ไม่อาจลบตัวตนที่หลงใหลในงานศิลปะของเธอได้ โดยแม้ว่าเธอจะไม่ได้ค่อยหยิบจับ หรือ สร้างสรรค์ผลงานในช่วงเธอเป็นนักแสดงนัก แต่เธอก็ยังคงเสพงานศิลป์อยู่เสมอ ๆ ซึ่งในช่วงนั้นเองเธอก็พบกับเรื่องราวของการสักผ่านทาง IG และนั่นก็ทำให้เธอค่อย ๆ เริ่มหลงใหลในศิลปะชนิดนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และรู้สึกว่าอยากจะลองสร้างสรรค์งานชนิดนี้ลงบนผิวคนสักครั้ง แต่ด้วยการที่งานในวงการบันเทิงของ กระติ๊บ ชวัลกร นั้นค่อนข้างที่จะกินพลังงานเยอะอยู่พอสมควร มันเลยทำให้เธอยังไม่มีเวลาที่จะได้ลองทำสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้

กระติ๊บ ชวัลกร สักลาย ประกวดครั้งแรก ฝีมือไม่ธรรมดา คว้ารางวัลเลย

แต่แล้วชีวิตนักแสดงของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ได้เกิดการพลิกพันอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นการพลิกพันที่หลาย ๆ คนต้องเจอนั่นก็คือ ช่วงเวลาที่ ไวรัส โควิด-19 ระบาดนั่นเอง และเมื่อเธอได้พักผ่อนจาการแสดงตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ได้ตัดสินใจกลับสู่เส้นทางของงานศิลปะที่เธอชื่นชอบอีกครั้ง แต่ทว่าในครั้งนี้เธอไม่ได้รังสรรค์จินจนาการลงบนกระดาษ หรือ ผืนผ้าใบ แต่เธอตัดสินที่จะรังสงรรค์ผลงานของเธอลงบนผิวคน ด้วยฐานะของการเป็นช่างสัก

โดยช่วงนั้นตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ได้รับรู้ถึงความไม่แน่นอนของอาชีพนักแสดง แถมยังเป็นช่วงเวลาพอเหมาะกับที่เพื่อนของเธอจัดนิทรรศการศิลปะของตัวเองขึ้นมา ซึ่งนั่นเองก็เปรียบเสมือนการเป็นเชื้อไฟเล็ก ๆ ให้เธอ และนั่นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เธอคุยกับแฟนและเริ่มลงมือไปหาซื้ออุปกรณ์ในการสักมาเริ่มฝึกเองที่บ้าน

ซึ่งสาว กระติ๊บ ชวัลกร ได้ศึกษาวิธีการสักผ่านทางช่องยูทูป และลองผิดลองถูกอยู่สักพัก

ก่อนที่จะเริ่มลงเข็มบนผิวหนักคนจริง ๆ ครั้งแรกนั่นก็คือ การสักให้กับแฟนตัวเองที่บริเวณขา ซึ่งการสักครั้งแรกของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็เต็มไปด้วยความทุลักทุเล เพราะแค่ครั้งแรกเธอก็เปิดความแรงของเข็มผิด รวมถึงยังใช้เข็มผิดเบอร์อีกต่าง ซึ่งนั่นเองก็ทำให้สาว กระติ๊บ ชวัลกร นั้นรู้ได้ทันทีว่า อาชีพนี้มันยากมากขนาดไหน แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่ได้ย่อท้อ และก็ยังคงทำต่อไปเรื่อย ๆ จนทำให้มีสื่อบางเจ้ามาสัมภาษณ์เธอ แต่แล้ววันหนึ่งผลงานของเธอก็ไปเข้าตาร้าน BKK INK 

ซึ่งหลังจากที่ตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ร้าน BKK INK ตัวของเธอก็ยังไม่ได้กังวลอะไรมากมาย เพราะในตอนนั้นตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร นั้นมีแต่ความกระหายที่อยากจะเรียนรู้ แต่พอยิ่งเธอทำไปนานเท่าไหร่ เธอก็ได้พบว่าอาชีพนี้มันน่ากลัวมากจริง ๆ เพราะว่ามันเป็นอาชีพที่ไม่สามารถพลาดได้เลย เนื่องจากผิวหนังของมนุษย์นั้นไม่ใช่กระดาษ ทุกคนมีความรู้สึก แถมตัวของ กระติ๊บ ชวัลกร ก็ยังคงแบกชื่อความเป็นดาราเอาไว้ ดังนั้นการผิดพลาดครั้งหนึ่งของเธอนั่นหมายถึงเธอจะต้องได้รับแรงกระแทกอันมหาศาลตามมาอย่างแน่นอน แถมพอยิ่งมีคนชมเยอะ มันก็ยิ่งกลายเป็นความกดดันมากขึ้นไปอีก

ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ กระติ๊บ ชวัลกร จะรับมือกับแรงกดดันอย่างไรบ้าง และ เธอยังต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ ในโลกของการสักอะไรอีกบ้าง เอาไว้เดี๋ยวเราไปติดตามกันต่อในบทความหน้า

ufabet

ลายสัก HOT

บทความลายสักล่าสุด

หมวดหมู่ลายสัก

สารบัญ ลายสัก รอยสัก