เปิดเรื่องราวรอยสักของนักฟุตบอลระดับโลกที่ทำให้คุณต้องตกใจ

เรื่องของงานอดิเรกแต่ละคนนั้นมีมากมายแตกต่างกันไปอย่างหลากหลาย ซึ่งผู้ชายหลายบางคนก็อาจจะชื่นชอบกิจกรรมธรรมดา ๆ อย่างการนั่งดูหนัง หรือ ฟังเพลงอยู่บ้าน ส่วนสำหรับบางคนก็อาจจะต้องการอะไรมากกว่านั้น ยกตัวเช่นการออกกำลังกาย และสิ่งที่สามารถทำให้เราออกกำลังกายได้อย่างสนุกที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการเล่นกีฬา โดยหากนับว่ากีฬาที่ฮิตเป็นอันดับหนึ่งของมนุษยชาติเลยนั่นก็คือ กีฬาอย่างฟุตบอล และเพราะความฮิตของกีฬาชนิดนี้นี่เองที่ทำให้บรรดาเหล่าผู้เล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เบ็คแฮม , โรนัลโด้ รวมไปถึง เมสซี่ เองก็กลายเป็นชื่อที่หลาย ๆ รู้จัก เนื่องจากพวกเขาเหล่านี้กลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อแฟชั่นทั่วโลก และ ไปไกลเกินกว่าความเป็นนักกีฬาไปไกลแล้วนั่นเอง และสิ่งหนึ่งที่บรรดาเหล่านักกีฬาฟุตบอลหลาย ๆ คนน่าจะมีเหมือนกันนั่นก็คือ รอยสัก และเพราะรอยสักสุดเท่ของเขาเหล่านี้นี่แหละที่มันได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนมีความคิดที่จะเลียนแบบลายสักของพวกเขาเหล่านั้น แต่บางคนนั้นกลับไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วรอยสักที่เราได้เห็นบนร่างกายของบรรดาเหล่านักฟุตบอลนั้น บางลวดลายมันกลับมีความหมายแฝงอันลึกซึ้งแฝงเอาไว้อยู่ และนั่นเองจึงทำให้ในครั้งนี้เราจะขอพาทุก ๆ คนไป เปิดเรื่องราวรอยสักของนักฟุตบอลระดับโลกที่ทำให้คุณต้องตกใจ กัน ซึ่งจะมีนักฟุตบอลคนไหนบ้างที่เราจะพูดถึงในครั้งนี้ เอาเป็นว่าเราไปเริ่มกันเลยดีกว่า รอยสักซูนโกคูของเนย์มาร์ เอาละมาเริ่มกันที่รอยสักของนักฟุตบอลคนแรกกันเลยดีกว่า โดยนักเตะคนแรกนั่นก็คือ นักเตะของทีม PSG สัญชาติบราซิลอย่าง เนย์มาร์ นั่นเอง โดยตัวของเนย์มาร์นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่มีความอันตรายในแดนหน้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขามีฝีมือในการยิงประตูที่ค่อนข้างเฉียบขาด และยังลีลาการเลี้ยงลูกที่ค่อนข้างคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก ซึ่งเนย์มาร์นั้นก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลที่ชื่นชอบการสักเป็นอย่างมาก โดยร่างกายของเขานั้นมีรอยสักอยู่มากมาย แต่รอยสักที่เราจะพูดถึงนั่นก็คือ […]
ความเจ็บปวดของจุดสักที่แตกต่างกันไป

หนึ่งในความโดดเด่นของศิลปะอย่างรอยสักที่แตกต่างจากศิลปะอื่น ๆ ทั่วไปนั่นก็คือ พื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานนั่นเอง เพราะว่าศิลปะอย่างการสักนั้นจะใช้ผิวหนังของมนุษย์เรานั้นเป็นพื้นผ้าใบเพื่อใช้ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ดีกันอยู่แล้วว่าการที่จะทำให้หมึกนั้นสามารถติดคงทนอยู่บนผิวหนังของเราได้นั้น มันจำเป็นที่จะต้องใช้เข็มที่เต็มไปด้วยน้ำหมึกแทงเข้าไปในผิวหนังของเรา แต่เพราะว่าผิวหนังของเรานั้นมันเต็มไปด้วยเส้นประสาทต่าง ๆ มากมาย มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อใดก็ตามที่ผิวหนังของเราได้รับการกระทบกระเทือน และ ยิ่งเป็นของแหลมคมอย่างเข็มสักด้วยแล้ว สิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนนั่นก็คือ ความรู้สึกเจ็บปวดนั่นเอง และนั่นเองจึงกลายเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตอันดับต้นก่อนที่หลาย ๆ คนจะตัดสินใจเข้าสู่วงการสักเลยว่า บริเวณไหนที่เราสักแล้วมันจะเจ็บที่สุดนั่นเอง จึงทำให้ในครั้งนี้จะขอพาทุก ๆ ไปพบเรื่องราวของ ความเจ็บปวดของจุดสักที่แตกต่างกันไป กัน ตำแหน่งด้านในข้อศอก บริเวณด้านในข้อศอก ที่หลาย ๆ คนเคยสักบริเวณนี้มามักจะพูดว่า มันเจ็บปวดเหมือนกับตกนรกเลยทีเดียว นั่นก็เพราะว่าส่วนนี้จะมีสองในสามของเส้นประสาทหลักอยู่ภายใต้ข้อศอกด้านใน และนั่นเองมันก็ทำให้ส่วนตรงนี้ค่อนข้างไวต่อการสัมผัสสูงเอามาก ๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เส้นประสาทตรงนี้ถูกบีบแน่นมันก็อาจจะเกิดอาการปวดวิ่งผ่านไปทั่วแขน แถมมันยังไม่ใช่แค่เพียงบริเวณที่เข็มเจาะลงไปเท่านั้นด้วย และเพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เองจึงทำให้บริเวณด้านในข้อศอกนั้นเป็นจุดที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนต่อการสักเป็นอย่างมาก และการที่จะสักตรงนี้มันจึงทำให้คุณต้องพยายามใช้ความอดทนมากแบบสุด ๆ แต่ทว่าก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่สามารถทนความเจ็บปวดตรงนี้และรู้สึกว่าการสักบริเวณจุดนี้ไม่ค่อนหนักหนาเท่าไหร่นัก ตำแหน่งบริเวณรักแร้ จุดสักต่อมาที่เราจะพูดถึงนั่นก็คือ บริเวณรักแร้ ซึ่งหลาย ๆ อาจจะคิดว่าจะมีสักกี่คนกันที่จะสักบริเวณนี้ แต่ทว่ามันก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่นิยมสักตรงจุดนี้ไม่น้อยเลยเช่นกัน ซึ่งระดับความเจ็บของมันก็ถือได้ว่า เจ็บปวดไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากบริเวณนี้มีเส้นประสาทที่เชื่อมติดกับสะโพก […]
หนึ่งในตำนานช่างสักชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในวงการมาถึง 30 ปี HORIMITSU

ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่นอกจากจะมีวัฒนธรรมต่าง ๆ ค่อนข้างโดดเด่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งทื่ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกไม่แพ้กับวัฒนธรรมอื่น ๆ เลยนั่นก็คือ รอยสัก แต่ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้ชื่อว่ามีรอยสักที่ค่อนข้างสวยงามก็ตาม แต่กลับกลายเป็นว่า รอยสักต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่นนั้นกลับไม่ได้รับการยอมรับมากเท่าที่ควร โดนคุณจะเห็นได้จากสถานที่ในสาธารณะต่าง ๆ ก็มีกฎห้ามคนที่มีรอยสักเข้าใช้บริการ แต่ถึงจะมีกฎห้ามขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่ดีว่าบรรดาเหล่าช่างสักของประเทศญี่ปุ่นนั้นถือได้ว่าเป็นช่างสักที่มีผลงานระดับโลกมากมาย และหนึ่งในช่างสักที่มีผลงานระดับโลกและยังเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้วัฒนธรรมการสักของญี่ปุ่นยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้นั่นก็คือชายที่มีชื่อว่า Horimitsu ซึ่งหลาย ๆ คนที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับวงการสักมากนักอาจจะไม่รู้จักชื่อของเขาคนนี้ ดังนั้นเพื่อมารับชมความสุดยอดของเขา วันนี้เราจะมาขอพูดถึงเรื่องราวของ หนึ่งในตำนานช่างสักชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในวงการมาถึง 30 ปี HORIMITSU กัน ซึ่งเรื่องราวของเขาจะเป็นมา เป็นไปอย่างไร เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ประวัติของ HORIMITSU โดยตัวของ โฮริมิตสึ นั้นมีอีกชื่อในวงการที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า มิตสึซัง โดยเขานั้นทำงานอยู่ในย่านอิเคะบุคุโระ ณ กรุงโตเกียว และอย่างที่เราได้เกริ่นให้คุณรู้ไปตอนต้นแล้วว่าตัวของเขาคนนี้ทำงานอยู่ในวงการสักมายาวนานถึง 30 ปี มันจึงไม่แปลกใจว่าทำไมชื่อเสียงของเขาถึงถูกพูดถึงในหมู่ของคนที่ชื่นชอบการสัก รวมถึงช่างสักด้วยกันเอง โดยสิ่งที่ทำให้เขาได้รับการนับถือจากช่างสักด้วยกันเองนั่นก็เพราะว่าตัวของเขาใช้เทคนิคการสักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า เทโบริ ซึ่งการสักสไตล์นี้มีอายุมายาวนานกว่า 400 ปี แถมการสักสไตล์นี้มันยังสามารถทำให้สีที่อยู่บนผิวหนังคงทนเหมือนกับวันแรกที่ไปสักได้เลยทีเดียว เทคนิคการสักของ […]
รอยสักผิดกฎหมายในประเทศเกาหลี กับ การพัฒนาของมัน

ถ้าพูดถึงวัฒนธรรมเด่น ๆ ดัง ๆ ของประเทศเกาหลี สิ่งแรกที่คุณจะนึกถึงน่าจะเป็นน่าจะเป็นวัฒนธรรมวงไอดอล หรือไม่ก็ของกินอร่อย ๆ อย่างไก่ทอดเที่ยงคืน รวมไปถึงการศัลยกรรม แต่หนึ่งในวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งของประเทศเกาหลีที่โด่งดังไม่แพ้กันแต่หลาย ๆ คนกลับไม่นึกถึงเลยนั่นก็คือ วัฒนธรรมอย่างการสัก โดยเอาจริง ๆ แล้วประเทศเกาหลีนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไม่ว่าจะเป็นคนเอเชีย หรือ ฝรั่งตาน้ำข้าว ก็มักยอมลงทุน บินข้ามน้ำ ข้ามทะเลเพื่อไปหารอยสักสวย ๆ ที่นั่นอยู่เสมอ เนื่องจากประเทศเกาหลีเองก็มีบรรดาเหล่าชักสักที่มีฝีมือระดับโลกมากมาย แต่ถึงพวกเขาจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดไหนก็ตาม แต่ทว่าเรื่องราวของรอยสักในประเทศนี้ยังคงเป็นเรื่องผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี 1992 แถมจนถึงปัจจุบันนี้เรื่องของรอยสักในประเทศเกาหลีก็ยังไม่มีวี่แววจะกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายเลยแม้แต่น้อย และเพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้ในครั้งนี้เราจะขอพาทุก ๆ คนไปพบกับเรื่องราวของ รอยสักผิดกฎหมายในประเทศเกาหลี กับ การพัฒนาของมัน กัน ซึ่งเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเราไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า Jay Park กับเรื่องราวของรอยสัก ความรุ่งเรืองของรอยสักในประเทศเกาหลีถือได้ว่าเป็นอะไรที่สวนทางกับสิ่งต่าง ๆ ประเทศเกาหลีที่กำลังเจริญไปข้างหน้า โดยส่วนใหญ่แล้วคนจะเรียกวัฒนธรรมรอยสักของประเทศเกาหลีว่า K-TATTOO ซึ่งสาเหตุที่ทำมันถูกเรียกแบบนี้นั่นก็เพราะว่า ส่วนใหญ่คนในประเทศเกาหลีมักจะเห็นรอยสักเหล่านี้อยู่ร่างกายของบรรดาเหล่าศิลปิน K-Pop ยกตัวอย่างเช่น Jay Park หรือ Jungkook จากวง […]
ความหมายต่าง ๆ ของรอยสักนักชกระดับตำนาน Mike Tyson

เราว่าในหลาย ๆ บทความภายในเว็บไซต์ของเราได้มีการย้ำอยู่เสมอว่าในปัจจุบันนี้รอยสักถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สังคมได้เปิดใจยอมรับมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งที่มันสามารถพิสูจน์เรื่องราวดังกล่าวที่เรากล่าวเอาไว้ได้ชัดเจนที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการที่เราได้เห็นรอยสักผ่านสายตาของเราในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เดินอยู่ตามถนนหนทาง หรือจะเป็นการได้เห็นบรรดาเหล่านางแบบ หรือ ดาราทีวีต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีรอยสักบนร่างกายกันมากขึ้น แต่หนึ่งในปัจจัยที่เป็นการพิสูจน์ว่ารอยสักนั้นได้รับการยอมรับมากที่สุดสำหรับบรรดาเหล่าผู้ชายอย่างเราก็คงจะหนีไม่พ้น บรรดาเหล่านักกีฬาต่าง ๆ ที่พวกเขาเหล่านั้นต่างก็มีรอยสัก โดยหากจะพูดถึงกีฬาที่เรามักจะเห็นรอยสักของพวกเขาอยู่เสมอก็คงจะหนีไม่พ้นกีฬาอย่างชกมวย เนื่องจากบรรดาเหล่านักมวยทั้งหลายล้วนแล้วแต่ต้องถอดเสื้อเพื่อขึ้นชกกันบนสังเวียนผ้าใบ และถ้าหากจะให้พูดถึงนักชกที่กลายเป็นที่รู้จักของใครหลาย ๆ แม้กระทั่งคนนอกวงการมวยก็ยังรู้จักมันก็คงจะหนีไม่พ้นชายที่ชื่อว่า ไมก์ ไทสัน เจ้าของฉายา มฤตยูดำ ซึ่งตัวของไมก์ ไทสันเองก็เป็นอีกหนึ่งนักมวยที่มีรอยสักอยู่บนร่างกายเช่นกัน ดังนั้นในครั้งนี้ เราจึงจะขอพาทุก ๆ คนไปพบกับเรื่องราวของ ความหมายต่าง ๆ ของรอยสักนักชกระดับตำนาน Mike Tyson กัน ซึ่งแต่ละรอยสักที่อยู่บนร่างกายของเขาจะมีความหมายอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าเราไปเริ่มต้นเรื่องราวในครั้งนี้กันเลยดีกว่า Mike Tyson ชายผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการมวย โดยตัวของ ไมก์ ไทสัน เมื่อครั้งอดีตเขาคนนี้คือนักมวยที่ชกอยู่ในรุ่นเฮฟวีเวท โดยสิ่งที่มันทำให้ตัวของเขาคนนี้สามารถสั่นสะเทือนวงการมวยในตอนนั้นได้ก็คือ เขาคนนี้สามารถทำสถิติเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวทได้ ซึ่งในตอนที่ของเขาคนนี้ได้แชมป์ เขามีอายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น แต่แค่นั้นยังไม่พอเพราะว่าตัวของไมก์ ไทสัน คนนี้ยังได้สร้างประวัติศาสตร์อีกอย่างขึ้นมาในวงการมวยนั่นก็คือ เขายังสามารถที่จะคว้าแชมป์โลกเฮฟวีเวทได้ถึง […]
ถ้ายังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่ง กับเรื่องราวของการสักเปลือกตาอย่างเจาะลึก

ร่างกายของมนุษย์นั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่บรรดาเหล่านักวิทยาศาสตร์มักจะถึงอยู่เสมอเนื่องจากร่างกายส่วนต่าง ๆ นั้นถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสารพัดประโยชน์รวมถึงมันยังมีส่วนต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องส่วนที่บอบบางกว่าอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นเปลือกตาที่มันมีหน้าที่เพื่อปกป้องดวงตาของเรา แถมเจ้าเปลือกตานี้มันยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของร่างกายที่ทำงานในแบบกลไกลอัตโนมัติ เพราะมันจะปิดลงทันทีเพื่อป้องกันอันตราย และ เศษต่าง ๆที่พุ่งเข้ามากระทบดวงตา นอกจากเวลาที่มันปิดตัวลงมันยังสามารถที่จะช่วยให้ดวงตาของเรากลับมาชุ่มชื่นได้เหมือนเดิมอีกด้วย ซึ่งเพราะความสำคัญของมันนี่เองที่ทำให้หลาย ๆ คนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าคุณขาดสิ่งที่เรียกว่าเปลือกตาไปจะเป็นยังไง ซึ่งแม้ว่าเปลือกตานั้นจะหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการป้องกันดวงตา แต่ทว่าแท้จริงแล้วผิวหนังของเปลือกตานั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างบางเป็นอย่างมาก และมันยังนับได้ว่าเป็นส่วนที่บางที่สุดของร่างกายเลยอีกด้วย ดังนั้นการที่คุณเลือกที่จะสักบริเวณเปลือกตานั้น สิ่งแรกที่คุณต้องนึกถึงเลยนั่นก็คือ การเจอกัน 2 สิ่งนี้ โดยเปลือกตาของเราก็เปรียบเสมือนกับกระดาษและเครื่องสักก็เปรียบเสมือนกับปากกา ดังนั้นการสักเปลือกตามันจึงไม่สามารถทำได้เหมือนลักษณะเดียวกันกับการสักฝ่ามือ สาเหตุที่ทำให้การสักเปลือกตานั้นมีความแตกต่างจากการสักฝ่ามือนั้นเนื่อง มาจากความละเอียดอ่อนของเปลือกตานั้นแตกต่างจากฝ่ามืออยู่มากเนื่องจากฝ่ามือนั้นเป็นส่วนที่มีความหนาที่สุดของร่างกาย มันจึงทำให้การสักฝ่ามือนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้แรงกดมากกว่าเดิน แต่ในขณะเดียวกันการสักเปลือกตานั้นมันไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยแรงกดขนาดเท่ากับการสักฝ่ามือเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ต้องมีมันกลับเป็นความประณีตและความอ่อนโยนแทน ดังนั้นเปลือกตาเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างมากในการสัก โดย Indy Voet นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งศิลปินจากบรัสเซลส์ที่ค่อนข้างมีความชำนาญในการสักเปลือกตาเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วเขามักจะใช้มือในการสัมผัสร่างกายของผู้ที่มาสักก่อน เพราะมันจะช่วยทำให้เขาสามารถที่จะควบคุมน้ำหนัก และความละเอียดอ่อนได้ในขณะที่เขาสักจุดอันบอบบางเหล่านี้ได้ ซึ่งตัวของ Indy Voet นั้นบอกว่าจริง ๆ แล้วการสักเปลือกตานั้นก็มีลักษณะคล้ายกับจุดอื่น ๆ นั่นแหละ เพียงแต่ว่ากรรมวิธีในการสักนั้นไม่ใช่สิ่งที่ง่ายที่สุดในการสัก และเมื่อมันเป็นส่วนที่บอบบางสิ่งที่ตามมานั่นก็คือความเจ็บปวด ซึ่งเรื่องการอดทนต่ออาการเจ็บปวดของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะสามารถฟันธงได้ว่าการสักเปลือกตานี้มันเจ็บปวดขนาดไหน แต่ถ้าจะให้เราพูดในแง่มุมของทางวิทยาศาสตร์แล้วละก็ เปลือกตา นั้นถือได้ว่าเป็นส่วนของร่างกายที่สร้างความเจ็บปวดได้มากที่สุดในเวลาที่มีการสัก เนื่องจากบริเวณเปลือกตานั้นจะมีเส้นประสาทจากสมองทั้งสามเส้นที่ควบคุมอยู่ นอกจากนั้นแล้วยังมีอีก […]
อนาคตของวงการสักท่ามกลางวิกฤตโควิด 19

หากพูดถึงโรคติดต่อที่แพร่กระจายรวดเร็ว และ เป็นกระแสที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในช่วงเวลาปี 2 ปีที่ผ่านมาเราเชื่อว่าทุก ๆ คนน่าจะนึกกันออกว่า โรคไหนคือโรคติดต่อที่มาแรงที่สุด ใช่แล้ว โรคโควิด นั่นเอง โดยการแพร่ระบายของเชื่อโควิดนั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 2020 และได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และเพราะการแพร่ระบาดที่ค่อนข้างง่ายของมันนี้เองที่ได้ส่งให้มันกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ และ ส่งผลกระทบไปสู่ทุก ๆ วงการอย่างเร็ว และแน่นอนว่าวงการรอยสักเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน วิธีการป้องกันโควิดที่ดีที่สุดนั้นที่หลาย ๆ ประเทศเลือกที่จะนำมาใช้ป้องกันนั่นก็คือ การเว้นระยะห่าง นอกจากนั้นแล้วหลาย ๆ ประเทศยังทำการปิดประเทศ และ นั่นเองมันจึงทำให้บรรดาเหล่าช่างสักทำงานยากขึ้น และเพราะวิกฤตเหล่านี้นี่เองที่เราจะมาวิเคราะห์กันว่าวงการรอยสักที่ต้องเผชิญหน้าเต็ม ๆ กับวิกฤตนี้จะผ่านมันไปได้อย่างไร โดยตลอดประวัติศาสตร์ของวงการรอยสักนั้น จริง ๆ แล้วบรรดาเหล่าศิลปินช่างสัก ทั้งหลายต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ ทางโรคติดต่อมาแล้วอย่างมากมาย แต่กลับกลายเป็นว่าวิกฤตโควิดในปี 2020 ที่ได้เกิดขึ้นกลับเป็นจุดที่ทำให้วงการรอยสักนั้นส่งผลกระทบอย่างหนักที่สุด เนื่องจากบรรดาเหล่าศิลปินสักที่เกิดใหม่ในวงการนั้นมีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก จึงทำให้ชุมชนรอยสักต่าง ๆ เริ่มมีการรวมกลุ่มกันเพื่อปรึกษาหาทางออกในวิกฤตครั้งนี้ โดยการประชุมรอยสักครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 24 – 25 มกราคม พ.ศ. 2519 ในเมืองฮูสตันรัฐเท็กซัส โดยกิจกรรมการประชุมครั้งนั้นมีผู้นำการประชุมเป็นศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง […]
เสื้อที่เราอยากแนะนำให้คุณใส่เวลาที่คุณจะไปร้านสัก

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดเด่นของรอยสักนอกจากลวดลาย และ สีสันที่มันปรากฏบนผิวหนังของเราแล้ว สิ่งสิ่งนั้นก็คือตำแหน่งของรอยสักนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นได้เลยว่าแต่ละคนเองก็มีตำแหน่งของรอยสักแตกต่างกัน โดยบางคนก็สักที่ไหล่ ที่แขน หรือ บางคนอาจจะมีรอยสักในตำแหน่งที่แปลกไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นตรงต้นคอ หรือ ข้อเท้า ซึ่งตำแหน่งของรอยสักนี้เองที่มันทำให้เกิดความยากง่ายในการสักแตกต่างกัน และเพราะความยากง่ายนี้เองที่ทำให้เวลาที่คุณจะไปสักนั้น คุณก็จำเป็นที่ต้องสวมเสื้อผ้าเพื่อให้มันง่าย และ สะดวกกับการมีรอยสัก แต่เสื้อผ้าแบบไหนกันละที่มันเหมาะจะสวมใส่ตอนไปสัก เอาเป็นว่าในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของ การสวมเสื้อผ้าเพื่อไปสักกันดีกว่า แต่ก่อนอื่นเลยเราต้องมาปรับความเข้าใจกันก่อนว่า การจะไปสักนั้นจำด้วยเหรอที่จะต้องเลือกเสื้อผ้า เพราะเพียงคุณสามารถใส่ ๆ อะไรไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ ซึ่งแน่นอนแหละว่าความคิดแบบนั้นของคุณไม่ผิดหรอก แต่ทว่าการที่คุณจะไปสักนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับกลับมานอกจากรอยสักสวย ๆ แล้ว นั่นก็คือประสบการณ์จากร้านสักนั่นเอง ดังนั้นมันคงไม่ดีแน่ถ้าหากคุณใส่เสื้อผ้าไปผิดประเภทจนทำให้คุณจำเป็นที่จะต้องเปิดร่างกายเยอะกว่าความจำเป็นเพื่อที่จำได้รอยสักในจุดนั้น ๆ มาเริ่มกันที่รอยสักตำแหน่งแรกกันก่อนเลย โดยรอยสักตำแหน่งแรกที่เราจะพูดถึงกันนั่นก็คือ การสักบริเวณคอ นั่นเอง โดยการสักบริเวณนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องทำเลยนั่นก็คือการนอนหงาย หรือ ไม่ก็นอนตะแคง โดยช่างสักจะอยู่ในตำแหน่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับใบหน้าของคุณประมาณ 2 นิ้วซะส่วนใหญ่ มันจึงทำให้คนที่ตัดสินใจจะมาสักบริเวณต้นคอนั้นจำเป็นที่จะต้องใส่เสื้อผ้าที่สบาย ๆ หลวม ๆ รวมถึงมีคอเสื้อที่ต่ำเพื่อป้องกันเสื้อเลอะหมึกสักนั่นเอง มากันที่ตำแหน่งรอยสักอันต่อมานั่นก็คือตำแหน่งบริเวณไหล่นั่นเอง โดยผู้ที่เลือกจะสักบริเวณนี้เราแนะนำว่าคุณควรที่จะสวมเสื้อกล้ามที่มีสายรัด หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็สามารถที่จะใส่เสื้อเกาะอกได้เช่นกัน เพราะในการสักบริเวณไหล่นี้เอง หากคุณใส่เสื้อรุ่มร่ามเกินไปมันจะไปรบกวนการสักของช่างสักได้ ส่วนเสื้อที่เป็นแบบสายเดี่ยวนั้นก็ถือได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสมเช่นกันเพราะว่ามันสามารถถลกลงไปข้างใดข้างหนึ่งได้ และยังช่วยให้คุณไม่ดูโชว์เหนือหนังอวดช่างสักมากเกินไปอีกด้วย ตำแหน่งรอยสักรอยต่อไปที่เราจะมาพูดถึงกันนั่นก็คือ […]
ศิลปะของรอยสักที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับการแพทย์เพื่อรังสรรค์ให้มันกลายเป็นสิ่งสวยงาม

การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งดีที่สุดแล้วสำหรับชีวิตของมนุษย์ทุกคน เพราะบรรดาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้นมีมากมายเหลือเกิน บ้างก็สามารถรักษาให้หายได้โดยการกินยา บ้างก็จำเป็นที่จะต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อได้รับการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดเหล่านี้นี่เองที่ส่วนใหญ่แล้วแม้ว่ามันจะทำให้คุณหายขาดก็ตามที แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากการผ่าตัดนั้นก็คือบาดแผลที่เกิดขึ้น และ บางทีมันก็ได้กลายเป็นรอยแผลเป็นที่ถูกทิ้งให้ดูติดตัวไปกับคนไข้ ซึ่งถ้ารอยแผลเป็นเหล่านั้นเป็นรอยแผลเล็ก และ อยู่ในร่มผ้า มันก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ทว่าบางคนแล้วมันอาจจะกลายเป็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ และ สามารถปกปิดได้ยาก หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดบางคนอาจจะต้องตัดอวัยวะบางส่วนนั้นทิ้งไปเลยก็มี และเพราะกรณีดังกล่าวนี้เองที่มันทำให้เรื่องราวของรอยสักเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยหลาย ๆ คนที่มีบาดแผล หรือ สูญเสียอวัยวะไปมักจะเลือกที่จะใช้รอยสักทำให้ตัวเองมีความรู้สึกเหมือนกันคนปกติ และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ ศิลปะรอยสักเพื่อเหตุผลทางการแพทย์นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ของทั้งวงการการแพทย์ และ รอยสัก เพราะว่ามันคือการเสริมสวยแบบถาวรแต่ทว่าจุดมุ่งหมายหลักของการสักประเภทนี้จะไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของร่างกาย และ บุคลิก รวมถึงในบางกรณีนั้นรอยสักเหล่านี้ยังสามารถที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังจากผู้สักเกิดเหตุกระทบกระเทือนทางจิตใจ โดยรอยสักในรูปแบบของแพทย์นั้นส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นการกลบร่องรอยของบาดแผลโดยดีไซน์ให้มันเหมาะกับกายวิภาคของผู้สักนั้น ๆ เป็นสำคัญ นอกจากนั้นบางรอยสักยังถูกดีไซน์ให้มีลักษณะคล้าย ๆ กับสีผิวที่เปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากเหตุต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเป็นการเติมเม็ดสีเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อให้สีผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนไปซึ่งวิธีนี้เองก็จะเหมือนกับกระบวนสักแบบดั้งเดิมนั่นเอง แต่ข้อเสียที่มันไม่เหมือนกับการสักทั่วไปนั่นก็คือ รอยสักทางการแพทย์นั้นจะใช้สีเกรดแพทย์ซึ่งมันจะถูกทำออกมาเพื่อให้กลมกลืนกับผิวมากกว่าที่จะโดดเด่นนั่นเอง ซึ่งคุณสามารถที่จะนำรอยสักทางการแพทย์นี้ไปให้ช่างสักเพิ่มแสงเงา รวมถึงไฮไลท์ต่างๆ ให้เป็นเสมือนรูปแบบ 3 มิติได้ตามที่คุณต้องการ นอกจากนั้นแล้วรอยสักทางการแพทย์มักจะเลือกที่จะใช้จุดเล็ก ๆ แทนเส้นทึบเพื่อให้ผิวหนังดูเป็นธรรมชาติ และ ยังช่วยเม็ดสีของผิวสามารถเปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้แบบปกติ ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ คนน่าจะพอสนใจกันอยู่พอสมควรแล้วใช่ไหมล่ะว่าการสัก […]
เอก-วันประชา ธิติไพศาล ผู้ก่อตั้งสตูดิโอไกลจักรวาลกับเส้นทางในวงการ

หนึ่งในปัจจัยหลักที่จะทำให้รอยสักของเราออกมาดูงดงามได้นั้น นอกจากการลวดลายที่ลึกซึ้งซับซ้อน อีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงมาก ๆ เลยนั่นก็คือ ช่างสัก ที่จะมาสักลายให้กับเรานั่นเอง เพราะว่าช่างสักนั้นคือส่วนช่วยสำคัญในการเนรมิตลวดลายที่เราต้องการให้ออกมาสมดังหวัง และ ในบางร้านนั้นช่างสักยังเป็นคนที่ช่วยคิดคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ ของลายสักนั้นออกมาให้อีกด้วย และหนึ่งในช่างสักระดับฝีมือที่อยู่แถวหน้า ๆ ของวงการสักในเมืองไทยนั่นก็คือ เอก วันประชา และสำหรับในวันนี้เราจะขอพาทุก ๆ ไปรู้จักเรื่องราวของชายคนนี้กับเรื่องราวของ เอก-วันประชา ธิติไพศาล ผู้ก่อตั้งแห่งสตูดิโอไกลจักรวาลกับเส้นทางในวงการ ซึ่งเรื่องราวของเขาในเส้นทางนี้จะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นดูเรื่องราวของเขาคนนี้กันเลยดีกว่า เส้นทางเริ่มต้นของ เอก-วันประชา ธิติไพศาล ซึ่งประตูสู่เส้นทางสักของช่างเอกได้เริ่มเปิดขึ้นในสมัยที่เขาอยู่ในช่วงมัธยมศึกษา โดยในตอนนั้นเขามีความคิดว่าการสักนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างเท่เอามาก ๆ และนั่นเองก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากจะมีรอยสักที่ออกแบบเอง และ ไม่เหมือนกับใคร แต่ตอนนั้นตัวของเองยังเป็นเด็กอยู่จึงทำให้ยังไม่สามารถสักได้ ทำให้เขานั้นทำได้เพียงแค่เก็บความคิดเหล่านั้นเอาไว้ในตัว และไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่นัก จนกระทั่งเมื่อเขาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นความคิดที่จะสักก็ยังไม่ได้มีอยู่ในหัวของเขาเนื่องจากแฟนเก่าของเขาไม่ได้ชอบเท่าไหร่นัก จนกระทั่งหลังจากที่เขาได้เลิกกับแฟนเก่าเป็นเวลาหนึ่งเดือนเขาก็ตัดสินใจเข้าไปสัก โดยลายสักแรกที่เขาเลือกสักนั้นก็คือรูปนาฬิกาทราย โดยเขาเลือกให้มันเป็นสิ่งเตือนสติ เพราะตอนที่ตัวเขาคบกับแฟนเก่านั้น เขาต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อแฟนทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ตัวเขาเลย แต่ถึงแบบนั้นแล้วชายหนุ่มกลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าความสนใจของเขานั้นจะพัฒนาไปไกลกว่าที่เขาคิด โดยตัวของเอกนั้นจบตรีด้านนิเทศศิลป์มา และนั่นก็ทำให้เขามีฝีมือในการวาดรูปค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทกราฟิกเฮาส์ต่าง ๆ หรือ ออกแบบเสื้อผ้าในแบรนด์ของตัวเองแล้วขายที่จตุจักร รวมยังเคยรับงานวางเลย์เอาต์นิตยสารต่าง ๆ แต่ด้วยความที่ตัวของเอกเป็นคนขี้เบื่อมันเลยทำให้เขาไม่สามารถอยู่กับงานเหล่านี้ได้นานจนบางอาชีพที่เขาทำนั้น […]